← กลับไปหน้ารวมบทความวิจัย

กลไกฉันทามติและบทบาทของ Validator: การตรวจสอบความถูกต้องของเครือข่ายทำงานอย่างไร?

✍️ โดย: คุณณัฐนันท์ สุวรรณโชติ (Dime Research Library)
⏱ เวลาในการอ่าน: 9 นาที
🏷 หมวดหมู่: ระบบเครือข่ายและฉันทามติ
ภาพจำลองกลไกฉันทามติและการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างบล็อก

ความสำคัญของฉันทามติในระบบกระจายศูนย์

ความท้าทายพื้นฐานที่สุดของระบบคอมพิวเตอร์แบบกระจายศูนย์ คือการทำให้เครื่องแม่ข่าย (Nodes) อิสระนับพันเครื่องที่ทำงานอยู่ทั่วโลก สามารถตกลงร่วมกันในสถานะข้อมูลเดียวได้อย่างถูกต้อง แม้ในสถานการณ์ที่มีบางโหนดประสบปัญหาขัดข้องทางเทคนิค หรือมีการส่งข้อมูลที่ล่าช้าในโครงข่ายอินเทอร์เน็ต

ปัญหาทางคณิตศาสตร์นี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ Byzantine Fault Tolerance (BFT) และกลไกฉันทามติ (Consensus Mechanism) ของ Dime ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ


หน้าที่และวงจรการทำงานของ Validator Node

Validator Node คือเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่เข้าร่วมในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของเครือข่าย โดยมีภาระหน้าที่หลัก 3 ประการ:

  1. การตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรม (Transaction Validation): ตรวจสอบว่าธุรกรรมที่ส่งเข้ามามีลายมือชื่อดิจิทัลที่ถูกต้อง บัญชีผู้ส่งมียอดคงเหลือเพียงพอ และไม่มีการใช้จ่ายข้อมูลซ้ำซ้อน (Double Spending)
  2. การจัดทำบล็อก (Block Proposal): ในแต่ละรอบของเวลา (Slot / Round) ระบบจะเลือกโหนด Validator ทำหน้าที่เป็น Block Leader เพื่อรวบรวมธุรกรรมจาก Mempool และประกอบเป็นบล็อกใหม่
  3. การลงคะแนนยืนยัน (Voting & Attestation): Validator อื่นๆ ในเครือข่ายจะตรวจสอบบล็อกที่เสนอขึ้นมา และส่งคะแนนโหวตเพื่อรับรองความถูกต้อง เมื่อได้รับเสียงโหวตเกินกว่าสองในสาม (2/3 Supermajority) บล็อกนั้นจะถือว่าผ่านการรับรอง

ลำดับขั้นการรับรองความถูกต้อง (Finality Process)

กระบวนการทำให้บล็อกข้อมูลมีสถานะที่สิ้นสุดและเปลี่ยนแปลงไม่ได้ (Deterministic Finality) ประกอบด้วยขั้นตอนต่อไปนี้:

  • Proposed State: บล็อกถูกสร้างและกระจายไปยังโหนดข้างเคียง
  • Pre-committed State: โหนดส่วนใหญ่ได้รับบล็อกและส่งข้อความยืนยันสถานะความถูกต้องเบื้องต้น
  • Committed / Finalized State: ได้รับคะแนนรับรองครบตามเกณฑ์ที่โปรโตคอลกำหนด บล็อกนี้จะถูกผูกเข้ากับห่วงโซ่อย่างถาวร ไม่สามารถถูกแทนที่ด้วยบล็อกคู่ขนานอื่นได้อีก

ข้อกำหนดด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับโหนด Validator

การทำงานของ Validator ที่มีเสถียรภาพต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อมสูง:

  • หน่วยประมวลผลและการจัดเก็บข้อมูล: CPU แบบหลายคอร์ความเร็วสูง และหน่วยความจำ NVMe SSD เพื่อรองรับการอ่านเขียนข้อมูล State Machine ที่รวดเร็ว
  • การเชื่อมต่อเครือข่าย: แบนด์วิดท์ความเร็วสูงที่มีค่าความหน่วง (Latency) ต่ำ เพื่อให้การกระจายแพ็กเก็ตบล็อกและการส่งคะแนนโหวตเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
  • ระบบสำรองไฟฟ้าและการเชื่อมต่อคู่ขนาน: ป้องกันโหนดหยุดทำงานกะทันหัน ซึ่งอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องในการร่วมตรวจสอบเครือข่าย

ศึกษาบทความและหลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

เสริมสร้างความเข้าใจเชิงลึกในระบบเครือข่ายบล็อกเชนผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการและเอกสารวิจัยฉบับอื่นๆ ของเรา

บทความวิจัยอื่นๆ เข้าร่วมเวิร์กช็อปสถาปัตยกรรม